นิยามวันดี ๆ ให้กว้างกว่าปริมาณงาน

หากวัดคุณค่าของวันจากจำนวนงานที่ขีดออกเพียงอย่างเดียว เรื่องสำคัญที่นับยาก เช่น การพัก การพูดคุยกับครอบครัว หรือการดูแลสุขภาพ มักถูกเลื่อนไปท้ายสุด

ลองกำหนดสามมิติของวัน: สิ่งหนึ่งที่ต้องเดินหน้า สิ่งหนึ่งที่ดูแลชีวิตประจำวัน และสิ่งหนึ่งที่ช่วยเติมพลัง วันนั้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ทุกด้าน แต่ไม่ควรปล่อยให้ด้านใดหายไปต่อเนื่อง

เลือกงานหลักหนึ่งเรื่อง

ระบุงานที่สำคัญที่สุดของวันและกำหนดช่วงทำที่ชัด งานรองสามารถเรียงต่อได้ แต่ไม่ควรทำให้เป้าหมายหลักถูกเบียดออกตลอดวัน หากวันมีนัดมาก ให้ลดขนาดผลลัพธ์ให้เหมาะกับเวลาจริง

อย่าลืมว่างานบ้าน การเดินทาง การดูแลลูกหรือผู้สูงอายุ และธุระต่าง ๆ ล้วนใช้พลังงาน ควรนับสิ่งเหล่านี้ในการวางแผน ไม่ใช่มองว่าเป็นเวลาว่างระหว่างงาน

วางจุดหยุดไว้ล่วงหน้า

กำหนดเวลาปิดงานและพิธีเล็ก ๆ เช่น บันทึกสิ่งที่จะทำต่อ ปิดอุปกรณ์ และจัดโต๊ะ การมีจุดจบช่วยลดการกลับมาเช็กงานซ้ำในเวลาส่วนตัว

หากงานยังไม่เสร็จ ให้ตัดสินใจอย่างชัดเจนว่าจะทำต่อเมื่อไร แทนการเก็บไว้ในใจตลอดเย็น เหตุฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรทำให้ทุกค่ำคืนกลายเป็นเวลาสำรองของงาน

เว้นพื้นที่ที่ไม่ต้องมีเป้าหมาย

เวลาอยู่กับครอบครัว การละหมาด การพัก หรือกิจกรรมที่ชอบไม่จำเป็นต้องถูกเปลี่ยนเป็นโครงการพัฒนาตัวเองทั้งหมด ช่วงเวลาที่ไม่ต้องเร่งผลลัพธ์ช่วยให้เรากลับมารับผิดชอบเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม

Productivity ที่มีความหมายไม่ใช่การทำให้ทุกนาทีมีงาน แต่คือใช้เวลาให้สอดคล้องกับสิ่งที่สำคัญ โดยยังเหลือแรงสำหรับชีวิตนอกเหนือจากรายการที่ต้องทำ