สังเกตเสียงที่เกิดขึ้นอัตโนมัติ
เมื่อผิดพลาดหรือถูกปฏิเสธ ลองจดประโยคแรกที่ผุดขึ้น เช่น “ฉันทำอะไรไม่เคยดี” หรือ “คนอื่นเก่งกว่าเสมอ” ไม่ต้องรีบห้ามความคิด เพียงมองให้เห็นว่าเป็นความคิดหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด
ถามว่ามีหลักฐานใดสนับสนุน มีข้อมูลใดขัดแย้ง และกำลังใช้คำว่า “ทุกครั้ง” “ไม่มีทาง” หรือ “ทุกคน” เกินจริงหรือไม่
เปลี่ยนเป็นภาษาที่ทั้งจริงและช่วยได้
แทน “ไม่เป็นไร ฉันเก่งอยู่แล้ว” ซึ่งอาจไม่ตรงความรู้สึก ลองใช้ “ครั้งนี้ฉันเตรียมไม่พอ แต่ฉันรู้ว่าต้องฝึกส่วนไหนเพิ่ม” ประโยคใหม่ไม่ได้ลบปัญหา แต่เปิดทางให้แก้ไข
ลองคิดว่าหากเพื่อนที่เรารักอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราจะพูดอย่างไร แล้วนำความสุภาพระดับเดียวกันกลับมาใช้กับตัวเอง
แยกพฤติกรรมออกจากคุณค่า
เราสามารถบอกว่า “ฉันพูดแรงเกินไปและต้องขอโทษ” โดยไม่สรุปว่า “ฉันเป็นคนแย่” การระบุพฤติกรรมทำให้รับผิดชอบได้ชัด ขณะที่การโจมตีตัวตนอาจทำให้หลบเลี่ยงหรือหมดแรง
สร้างประโยคสำหรับช่วงยาก
เตรียมประโยคสั้นที่ใช้ได้จริง เช่น “ตอนนี้ยาก แต่ฉันทำทีละขั้นได้” “ฉันยังไม่มีคำตอบทั้งหมด” หรือ “พักก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ” ควรเลือกคำที่เข้ากับภาษาของเรา ไม่จำเป็นต้องฟังเหมือนคำคม
หากความคิดด้านลบรุนแรง ต่อเนื่อง หรือกระทบการใช้ชีวิต การพูดกับคนที่ไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นทางเลือกที่ควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง



